หลอดลมอักเสบในช่วงอากาศแปรปรวน: เข้าใจให้ชัด รับมือพายุให้ทัน
เอเชียเป็นทวีปที่มีขนาดใหญ่และมีประชากรมากที่สุดในโลก ความหลากหลายทางภูมิศาสตร์และภูมิอากาศ ส่งผลให้หลายประเทศในเอเชียต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างเด่นชัดในแต่ละฤดูกาล โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย และฟิลิปปินส์ ที่ในช่วงปลายฤดูหนาวต่อเนื่องถึงต้นฤดูร้อน (ประมาณเดือนกุมภาพันธ์–พฤษภาคม) มักเกิด “พายุฤดูร้อน” อยู่เป็นระยะ
พายุฤดูร้อนมีลักษณะเด่นคือ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก และพายุฝนฟ้าคะนอง แม้จะช่วยลดความร้อนสะสมในอากาศ แต่ในอีกมุมหนึ่ง สภาพอากาศที่แปรปรวนและความชื้นที่เพิ่มสูงขึ้น กลับส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ
พายุฤดูร้อนกับความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจ
ในช่วงที่มีความชื้นสูง เชื้อไวรัสและแบคทีเรียบางชนิดสามารถแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น ประกอบกับอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันลดลงชั่วคราว หนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยคือ “โรคหลอดลมอักเสบ”
โรคหลอดลมอักเสบ (Bronchitis) คือภาวะอักเสบของเยื่อบุหลอดลม ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือการระคายเคืองจากมลพิษและฝุ่นละออง เมื่อหลอดลมเกิดการอักเสบ จะมีอาการบวมและสร้างเสมหะมากขึ้น ผู้ป่วยมักมีอาการไอเรื้อรัง มีเสมหะ แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก บางรายอาจมีไข้หรืออ่อนเพลีย อาการสามารถเกิดได้ในทุกช่วงวัย แต่กลุ่มเสี่ยงได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด หรือภูมิแพ้
ทำความเข้าใจ “Thunderstorm Asthma”
นอกจากโรคหลอดลมอักเสบแล้ว ยังมีอีกปรากฏการณ์ที่ได้รับการศึกษาทั่วโลก คือ “Thunderstorm Asthma” หรือภาวะหอบหืดกำเริบที่สัมพันธ์กับพายุฝนฟ้าคะนอง มีรายงานเหตุการณ์ลักษณะนี้ในหลายภูมิภาค เช่น ยุโรป ออสเตรเลีย อเมริกาเหนือ และบางประเทศในเอเชีย
ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้หมายความว่าพายุทำให้เกิดโรคใหม่โดยตรง แต่เป็นการที่พายุทำให้สภาพแวดล้อมเอื้อต่อการกระตุ้นอาการในผู้ที่มีความไวต่อสารก่อภูมิแพ้อยู่แล้ว เมื่อเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ความชื้นและแรงลมสามารถทำให้สารก่อภูมิแพ้แตกตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็กลง อนุภาคขนาดเล็กเหล่านี้สามารถเข้าสู่ทางเดินหายใจส่วนลึกได้ง่ายกว่าปกติ ส่งผลให้ผู้ที่มีโรคหอบหืด หรือภูมิแพ้ มีอาการกำเริบเฉียบพลัน เช่น หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอก ไอรุนแรง หรือหายใจลำบาก
ปัจจัยเสี่ยงที่ควรระวัง
- ปริมาณสารก่อภูมิแพ้ทางอากาศ (aeroallergens) ในระดับสูง
- สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยเฉพาะพายุฝนฟ้าคะนอง
- บุคคลที่มีโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด หรือมีประวัติปัญหาระบบทางเดินหายใจ
การรวมกันของปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ทุกคนป่วย แต่จะเพิ่มความเสี่ยงในกลุ่มที่มีความไวต่อสิ่งกระตุ้นอยู่แล้ว
แนวทางดูแลสุขภาพในช่วงพายุฤดูร้อน
การป้องกันมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ควรติดตามพยากรณ์อากาศ หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่มีพายุหรือมีปริมาณฝุ่นและละอองเกสรสูง สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยง และดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากพอ รับประทานอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และยังสามารถเสริมตัวช่วยเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันที่ช่วยให้หายใจโล่งได้ด้วย
💛💛 Happy Noz สูตรหอมขิง 💛💛
มีส่วนผสมจากน้ำมันขิง ช่วยบรรเทาอาการไอ แก้เจ็บคอ ขับเสมหะ ทำให้หายใจสะดวกขึ้น

พายุฤดูร้อนไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยตรง การเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างสภาพอากาศและโรคทางเดินหายใจ จะช่วยให้วางแผนป้องกันได้อย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงของอาการกำเริบในช่วงเวลาที่อากาศแปรปรวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา
- โรคหลอดลมอักเสบ ปล่อยไว้นาน รักษาไม่ถูกวิธี เสี่ยงเป็นปอดอักเสบได้ : https://www.bpksamutprakan.com/care_blog/view/78
- The Journal of Allergy and Clinical Immunology: In Practice : https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S2213219825003101
- รู้จัก “พายุฤดูร้อน” (Thunderstorms) เกิดจากอะไร ? : https://www.thaipbs.or.th/now/content/882

